กฎหมายและมาตรฐานวิชาชีพ
หน้าสรุปนี้ออกแบบมาเพื่อให้เจ้าของกิจการและสำนักงานบัญชีเข้าใจข้อกำหนดสำคัญของผู้ทำบัญชีในประเทศไทยแบบอ่านง่าย เห็นภาพชัด และสามารถนำไปใช้งานจริงได้ทันที
หัวข้อสำคัญ
พ.ร.บ.บัญชี
กฎหมายหลักที่กำหนดเรื่องการทำบัญชีของกิจการและหน้าที่พื้นฐานที่ต้องปฏิบัติ
คุณสมบัติผู้ทำบัญชี
ผู้ทำบัญชีต้องมีวุฒิที่เกี่ยวข้อง ขึ้นทะเบียนถูกต้อง และไม่มีลักษณะต้องห้าม
หน้าที่
ต้องบันทึกบัญชีตามความเป็นจริง จัดทำงบการเงิน และเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบ
บทลงโทษ
หากไม่ปฏิบัติตาม อาจมีทั้งโทษปรับ ปรับรายวัน หรือจำคุกในบางกรณี
1. พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543
เป็นกฎหมายหลักที่กำหนดเรื่องการทำบัญชีของกิจการในประเทศไทย และเป็นรากฐานของการควบคุมความถูกต้องของข้อมูลทางการเงิน
- ธุรกิจต้องจัดทำบัญชีให้ถูกต้อง ครบถ้วน
- ต้องมีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติถูกต้อง
- ต้องเก็บเอกสารบัญชีอย่างน้อย 5 ปี
- ต้องจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานบัญชี
2. คุณสมบัติของผู้ทำบัญชี
คุณสมบัติของผู้ทำบัญชีเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กำหนด เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ ความสามารถ และความน่าเชื่อถือ
- มีวุฒิด้านบัญชี เช่น ปวช. ปวส. หรือปริญญาขึ้นไป
- ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีกับ DBD
- ไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่น เคยทุจริตทางบัญชี
3. หน้าที่ของผู้ทำบัญชี
ผู้ทำบัญชีมีหน้าที่สำคัญต่อความถูกต้องของข้อมูลทางการเงินของธุรกิจ และต้องทำงานบนพื้นฐานของความถูกต้องและจรรยาบรรณวิชาชีพ
- จัดทำบัญชีให้ถูกต้องตามมาตรฐาน
- บันทึกรายการบัญชีตามความเป็นจริง
- จัดทำงบการเงิน
- เก็บรักษาเอกสารทางบัญชี
- ปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพ
4. การพัฒนาความรู้ (CPD)
ผู้ทำบัญชีต้องพัฒนาความรู้ทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันต่อกฎหมาย มาตรฐานบัญชี และแนวปฏิบัติที่เปลี่ยนแปลงไป
- ต้องอบรมหรือพัฒนาความรู้ต่อเนื่อง (CPD)
- อย่างน้อย 12 ชั่วโมงต่อปี
- รายงานผลต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
5. บทลงโทษ
หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย อาจมีผลทางแพ่งและอาญา ซึ่งส่งผลต่อทั้งธุรกิจและผู้ทำบัญชีโดยตรง
- ไม่จัดทำบัญชี มีโทษปรับ
- บันทึกบัญชีเท็จ มีโทษทั้งปรับและจำคุก
- ไม่ยื่นงบการเงิน มีโทษปรับรายวัน
6. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
- สภาวิชาชีพบัญชี (TFAC)
- กรมสรรพากร